จำเป็นไหม..... |
จาก: แพร่ด [125.25.134.196]  | วันที่: 29 Aug 2008, 12:39:39 |
ปัจจุบันใช้ ชุดเหล็กใบใหญ่ ตีง่าย ก็ตีได้ดี จำเป็นไหมหากต้องการพัฒนาฝีมือต้องใช้เหล็กใบ blade เห็นว่าต้องแม่นลูกจึงจะตีได้
|
| ข้อความที่ 1: |
จาก: แว่น [58.8.251.115]  | วันที่: 29 Aug 2008, 13:03:38 |
(ความเห็นส่วนตัว)
ผมว่าชนิดเหล็กที่ใช้ไม่ได้มีข้อจำกัดที่สัมพันธ์กับฝีมือกอล์ฟโดยตรง
กล่าวคือคนตีดีก็ไม่จำเป็นต้องตีเหล็กเบลด และ คนตีไม่เก่งก็ไม่ใช่ว่าจะใช้เหล็กเบลดไม่ได้
แต่มีแนวโน้มที่น่าจะเป็นเหตุผลแต่เพียงว่าเหล็กเบลดมีอ็อฟเซ็ทน้อย ตีลูกให้ลอยขึ้นได้ยาก และไม่ค่อยมีการชดเชยสำหรับการตีพลาด
จึงไม่เหมาะกับคนที่ตีไม่แม่นลูก
สำหรับคำถามของ จขกท ตอบแยกอย่างนี้ดีกว่า
1. ถ้าจะพัฒนาวงสวิง ตีเหล็กเบลดก็อาจมีส่วนช่วยครับ
2. ถ้าต้องการลดสกอร์ -> มันเป็นคนละเรื่องกันเลยครับ เหล็กที่ตีง่ายกว่าจะช่วยลดสกอร์ได้ง่ายกว่า ( ครับ มันก็มีข้อจำกัดอยู่บ้าง )
|
| ข้อความที่ 2: |
จาก: Nikolaj [203.126.30.134]  | วันที่: 29 Aug 2008, 14:48:36 |
อาจจะต้องปรับความเข้าใจนิดนึง
เหล็กปัจจุบันโดยมากจะเป็นเหล็กแบบ
Cavity คือหลังเป็นโพรง ที่ช่วยชดเชย
ความผิดพลาด ตีไม่โดนกลางเหล็กก็ไม่เสียระยะเท่าไหร่.... แต่สิ่งที่เหล็ก Cavity มีไม่เท่าเหล็กBladeคือ การ work ball
มือดีเขาจะไม่มีปัญหาเรื่องแม่นลูกครับ เขาจึง
ไม่จำเป็นต้องใช้เหล็กCavity ใช้อะไรก็เหมือนกัน....แต่เหล็ก Blade จะ work ball ได้ดีกว่า สั่งให้เลี้ยวยังไง ก็ไปอย่างนั้น....
ผมมมีเหล็ก 2 ชุด คือ X-20Tour กับ X-Forged ผมลอง work ball ด้วยเหล็กเบอร์เดียวกัน เห็นได้ชัดเลยว่า X-20Tour มันไม่ค่อยยอมไปเท่าไหร่ ชอบขัดขืน จะพุ่งไปตรงๆอย่างเดียว ส่วน X-Forged นี่มันส์มาก สั่งยังไง ไปยังนั้น....แต่ถ้าตีพลาดกลางเหล็กเมื่อไหร่....โดนลงโทษหนักพอสมควรเหมือนกัน
|
| ข้อความที่ 3: |
จาก: porwaret [203.121.162.71]  | วันที่: 29 Aug 2008, 15:06:13 |
I agree with the second comment 101% krub,
espacially with the control of ball flight.
If you can do that, you'll have many options in your game.
|
| ข้อความที่ 4: |
จาก: ดีเอส [58.136.22.160]  | วันที่: 29 Aug 2008, 19:15:10 |
ขออนุญาตถามนอกกระทู้... ด้วยความสงสัยตะหงิดเป็นการส่วนตัวของผู้ไม่รู้ทฤษฎีนัก แต่เคยประสพมากับตัวกับใบเหล็ก และ ก้านต่างชนิดกันของชุดเหล็กทั้งสองชุดของตัวเอง...
ว่าเหล็กทั้ง 2 ชุดของของคุณNikolaj ที่ workability ต่างกันน่ะ ก้านสเป็คเดียวกันอ๊ะปล่าวอ่ะครับ...?
แล้วก็... การสั่งบังคับซ้ายหันขวาหันได้ดังใจนั้น เป็นเครดิตของใบเหล็ก... (MOI ของใบ) รึ จะเป็นเครดิตของก้าน... (ประมาณว่า ผลจากการ bend รึ การดีดกลับ ของก้านเมื่อผู้ตีรู้และชินต่อการตอบสนองเป็นอย่างดีว่าจะ hit ยังไงให้ timinmg-rhythm-tempo พอดิบพอดีที่จะให้ก้านทำงานจนเกิดผลบวกที่จะ exaggerate ให้หน้าเหล็กเปิดรึปิดมากขึ้นเมื่อผู้ตีจะ hit ให้ draw รึ fade) มากกว่ากันอ่ะครับ...
|
| ข้อความที่ 5: |
จาก: Jarinpool [124.121.90.10]  | วันที่: 30 Aug 2008, 04:23:57 |
ผมก็ไม่ค่อยรู้เรื่องทฤษฎีเหมือนกัน จากประสบการณ์ ผมตีเหล็ก Overzide มาก่อน 5 ปีกว่าๆ ( Ping i3 Ozide) แล้วเปลี่ยนมาใช้ใบเหล็กเกือบเบรด TM RAC TP Forge มาได้ประมาณ 10 เดือน มันให้ผลตาม # 2 และชุดเหล็กเบรดแท้ๆอีกชุด RAM Tour Grind นำมาใช้บางโอกาส ก็ให้ผลเช่นเดียวกัน จึงเห็นด้วยกับ # 2 ครับ
|
| ข้อความที่ 6: |
จาก: oldgolfer [58.8.119.132]  | วันที่: 30 Aug 2008, 08:15:52 |
เป็นตามที่คุณ nik ว่าครับ
เหล็ก cavity มักจะมี offset สูงเพื่อกันไม่ให้ลูก slice ดังนั้นจะลดความสามารถในการควบคุมลูกเล่นด้านทิศทาง
เหล็ก blade มี offset น้อยกว่า เหมาะกับผู้ที่แม่นลูก จึงสามารถปรับปรุง shot ได้ดีกว่า
ทั้งนี้เป็นคุณสมบัติของการ design ใบเหล็กครับคุณดีเอส ถึงแม้ใช้ก้านเดียวกันก็ตาม
แต่ในเวลาเดียวกัน ถ้าก้านอ่อนหรือมี kick pointต่ำเกินไปก็จะลดความสามารถในการควบคุมการปรุงแต่งลูกเล่นลง อาจต้องใช้ผงชูรสช่วยเยอะๆ ม่ายก็เบียร์สัก4-5ป๋อง
|
| ข้อความที่ 7: |
จาก: Nikolaj [203.126.30.134]  | วันที่: 01 Sep 2008, 09:21:26 |
ผมอาจจะไม่ได้ แฮนดี้แคปไม่ต่ำมาก
แต่ผมสามารถ workball ได้ถึงแม้จะไม่ได้
ทุก shot แต่เกิน 7/10 ช๊อต ที่workได้
เหล็กทั้งสองชุด ก้านคนละ spec ครับ
X-Forged เป็น Project X5.0
X-20 Tour เป็น Project X6.0
การ work ball ผมว่ามันไม่ยากไม่ซับอะไร
ใครๆก็ทำได้ ถ้าฝึก..เพราะจะได้มี option ในเกม
-อยากให้พุ่งต่ำก็ วางลูกไปขวาขึ้น 3/4 ลากให้ยาว จบไม่เต็ม
- Draw/Fade แนวนำตัวไปทิศทางที่ต้องการให้ลูกไป แต่หน้าเหล็กให้เล็งไปที่เป้าหมาย
สวิงตามแนวยืน....
ผมทดลองซ้ำๆๆ หลายครั้ง(หลายถาดดีกว่าครับ) ด้วยเหล็ก8 และ X-Forged ให้ผลการ workball ที่ดีกว่าจริงๆ และไม่น่าจะมาจาก
Flex หรือ spec ก้าน หรือไม่น่าจะมาจาก
MOI ของใบ (ถ้าผิดพลาด ก็ขออภัยครับ)
|
| ข้อความที่ 8: |
จาก: ดีเอส [58.136.22.183]  | วันที่: 01 Sep 2008, 15:57:06 |
เช่นกันครับ...
พ้มอาจจะแฮนดี้แคปเพียง mid-teen ไม่ต่ำมาก... แต่พ้มก็สามารถ work ball/shape shot ได้ถึงแม้จะไม่ได้
ทุก shot แต่ก็เกิน 7/10 ช๊อตที่ shape ได้เหมียนกัลลล์...
แต่ชุดเหล็กที่ shape ได้ดีดั่งใจหมายนั้น มันดันเป็นเหล็กชุดเดิมของพ้มที่เป็นตระกูล cavity back design ยี่ห้อ Toppoint รุ่น XP IR-01 (รูปแบบก๊อป TaylorMade RAC LT มาเหมือนเปี๊ยบ) ก้าน Nippon Steel NS-PRO flex R 850GH (หนักประมาณ 85 gm.)...
ส่วนเหล็กชุดใหม่ของพ้มที่เป็นตระกูล pure blade design ที่ควรจะ shape ได้ดีกว่าแต่ผลออกมาก็ไม่ค่อยจะเลี้ยวปรู๊ดปร๊าดเท่าไหร่นั้นเป็นยี่ห้อ Hiro Honma PP-737 Tour Model Blade ก้าน Dynamic Gold S300 (หนักประมาณ 130 gm.)... ดูรูปใบเบลดรุ่นนี้ได้จากลิ้งค์ http://www.golfcommu.com/forum/index.php?topic=294.15
มันก็เลยนำมาสู่ข้อสงสัยที่ว่า... จากน้ำหนักที่ต่างกันถึงประมาณ 45 gm. ของก้านชุดเหล็กทั้งสองของพ้มนั้น มันจะทำให้การ shape shot ที่ควรจะทำได้ง่ายกว่าในชุดเหล็กที่มีลักษณะเป็นใบเบลด (แต่ก้านหนักและแข็งดุดันมักๆ) กลับทำได้ไม่คล่องตัวเท่าการ shape shot ของชุดเหล็กที่มีลักษณะเป็นใบแบบ แควิตี้แบ็ค (แต่ก้านเบาและอ่อนโยน)...?!?
และก็เห็นด้วยว่าการ work ball พ้มว่ามันไม่ยากไม่ซับอะไร ใครๆก็ทำได้ ถ้าหมั่นฝึก... เพราะจะได้มี option ในเกมกอล์ฟ เช่นพ้มใช้วิธ๊แอ็พโพรชช็อทแบบโยนโด่ง high fade ขึ้นกรีนเป็นประจำ สปินก็มีอยู่บ้างไม่ได้เน้น ตามมีตามเกิดเพราะ ลูกกอล์ฟที่ดีที่ใช้ก็แค่ Toppoint รุ่น Quantum เท่านั้น... รึม่ายก็ตี high draw ในพาร์สามที่อาจมีกรีนใหญ่และธงปักกลาง/หลังซ้าย แต่หน้าซ้ายมีน้ำ/ทราย...ฯลฯ
อยากให้พุ่งต่ำก็จับกริพสตรองขึ้น วางลูกค่อนไปเกือบนิ้วโป้งขวา ขึ้น 3/4 ลากให้ยาว จบชี้เป้า ไม่เต็มวงเหมือนกัน...
พ้มว่าตัวสร้าง side spin ที่จะทำให้เกิดเอ็ฟเฟ็ควิถีการโคจรโค้งซ้าน/ขวาของลูกกอล์ฟนั้น... เกิดจากการที่ผู้ตีตั้งใจบังคับการเคลื่อนของหน้าใบเหล็กไปในทิศทาง horizontal (ถ้ามีทิศทาง vertical ก็จะมี back spin เข้ามาแจมด้วย) ณ จุดเสี้ยววินาทีที่กระทบลูกกอล์ฟ (คล้ายๆการตีตัด/เฉือนลูกปิงปอง ยังไงยั่งงั้น...
แต่คราวนี้ที่พ้ม shape มันไม่ได้ดั่งใจเหมือนเหล็กชุดแควิตี้แบ็คเดิม ที่ตีง่ายกว่าเยอะนั้น... พ้มสันนิฐานให้แพะสองสามตัว เป็นผู้รับเครดิทไป คือ flex อ่อนของก้านที่ทำให้เกิดการ bend ของหน้าใบเหล็กที่มากขึ้น เมื่อก้านถูกผู้ตีโหลดจนจะพี๊ค... รึม่ายก็น้ำหนักที่แตกต่างกันมากถึง 45 gm. ของ spec ก้านทั้งสอง... ม่ายงั้นก็ MOI ของก้านถ่วงจนทำให้ total weight/club นั้นเยอะและ swing weight เหลือน้อยจนก้านไม่ทำงาน... (MOI ของใบ จะช่วยไม่ให้ใบพลิกซ้าย/ขวาง่าย เวลา miss hit มากกว่า... ถ้าผิดพลาด ก็ขออภัยเหมือนกันครับ)
ปล. ถ้าท่านพี่Jarinpool พี่oldgolfer และพี่Nikolaj ทั้งสามท่าน สนใจจะไปลองทดสอบลองตี shape shot เปรียบเทียบชุดเหล็กพ้มด้วยตัวเองให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ล่ะก็... เรียนเชิญเรยอ่ะครับ
แม็ทช์เดือนนี้ของ TGC ที่ลำลูกกา พ้มจะไปถึงสนามก่อนซักชั่วโมงครึ่ง เอาเหล็กทั้งสองชุดของพ้มไปตีดูที่สนามไดร้ฟ์ในนั้นได้...
ปล. สำหรับชุดเหล็ก Honma PP-737 Tour Model Blade ของพ้มนั้น เริ่มทนความเฉื่อยของก้านมันม่ายไหวแระ... กำลังคิดจะฟิตติ้งมันอยู่อ่ะครับ... เล็งก้าน Dynalite Gold SL ม่ายก็ Dynamic Gold SL อยู่อ่ะครับ... คิก... คิก...
|
| ข้อความที่ 9: |
จาก: Nikolaj [203.126.30.134]  | วันที่: 01 Sep 2008, 16:30:58 |
นับว่า เป็น Study case แบบนึงที่น่าสนใจมากครับ
แต่จากประสบการณ์ส่วนตัว ที่ใช้ X-20 ก้าน
Ns-Pro 990Uniflex ลูกมันม้วนเข้าซ้ายจนบางครั้งhook หายไปเลย แทบจะเป็นทุกช๊อต (บานขวาก็มีครับ บางทีต้องการเบ่งระยะ impact แล้วข้อมือพลิกไม่ทัน)....ผมเข้าใจว่า ก้านกับ speed ผมไปกันไม่ได้ คือ Shot มัน
shape เอง... เลยมองหาเหล็กใหม่
ก่อนหน้าจะใช้ X-Forged ผมโชคดี
ซื้อใน ThaiGolfer ได้ Rac TP Forged
ก้าน DGS200 ราคาไม่ถึงหมื่นหลังจากที่ใช้แต่เหล็ก Cavity มาตลอด (พอความชำนาญในการตีมากขึ้นก็มองหา Blade/กึ่งBlade
เพื่อลองรสชาติใหม่ๆบ้าง เลยมาลงที่ Rac TP ตัวนี้ เป็นตัวแรก)
สิ่งที่ได้ชัดเจน(อย่างที่ผมอยากได้) คือ Flight Ball ที่ต่ำอย่างเห็นได้ชัด ด้วยสวิงปกติ
แต่ด้วยความที่ต้องการใช้งานให้เต็มความสามารถ ก็เลยทลลอง work ball ด้วย...ซึ่งให้ผลดีมาก ยิ่งซ้อมยิ่งมันส์ แต่ว่าตอนนี้ขายไปแล้ว เพราะส่วนตัวชอบ Callaway เลยมาลงที่ X-Forged
( ทุกวันนี้เสียดายมาก ที่ขายเพราะก้าน
Dynamic Gold มันหนึบ-แน่น กว่า Project Xมาก แถม Flight Ball ก็ต่ำกว่า)
ส่วน X-20 Tour พอดีเจอใน web นี้และราคา
ถูกมาก เลยซื้อมาสำรองไว้ เผื่อวันไหนวงหลุด
ก็เอาตัวนี้มาตีครับ อยากได้ Forgiveness จากมัน
Match ที่ลำลูกกา ถ้ามีโอกาสคงได้ทดสอบ
และออกรอบด้วยครับ อยากทดลองด้วยตัวเองครับเช่นกันครับ
|
| ข้อความที่ 10: |
จาก: abojama [222.123.244.158]  | วันที่: 01 Sep 2008, 18:03:42 |
กระทู้นีดีมากๆๆ เดี๋ยวจะก๊อปอาไปให้นักศึกษา คณะบริหารธุรกิจการจัดการกอล์ฟอ่าน
ขอบคุณนะครับที่มาแบ่งปันความรู้
|
| ข้อความที่ 11: |
จาก: oldgolfer [58.8.119.4]  | วันที่: 01 Sep 2008, 20:05:04 |
ตอบกันไปตอบกันมา...
คุณแพร่ดเจ้าของกระทู้อ่านจนหลับไปเลย
แล้วก็เห็นควรด้วยกับทั้งสองท่านเรื่องการ work ball ครับ แต่ขอเพิ่มเติมนิดนึงตรงที่ว่านอกจากการ stance แล้วต้องมีการจับ grip แบบ weak หรือ strong ด้วยนะครับไม่ว่าจะสวิงครึ่งวง 3/4 หรือเต็มวง
ยินดีที่จะเจอคุณ nik ที่ลำลูกกาครับแต่ผมคงไม่ลอง S200 กับคุณดีเอสหรอกเพราะกลัวไหล่หลุด ผมว่าที่คุณดีเอสเล่นลวดลายกับhonma ไม่ได้มากก็อย่างที่คาดไว้ละครับ ก้านหนักและแข็งทำให้flexลดประสิทธิภาพการทำงานที่ควรจะเป็น เทียบได้อย่างที่เราเคยคุยกันไว้ว่าเอาก้านหนักใส่หัว driver ที่เป็น composite แล้วมักจะเดี้ยงเสมอ
|
| ข้อความที่ 12: |
จาก: แพร่ด [125.25.111.30]  | วันที่: 06 Sep 2008, 11:48:46 |
ขอบคุณครับ (ถึงจะไม่ค่อยรู้เรื่องก็เถอะ)
|
| ส่งข้อความ |
เฉพาะสมาชิกเท่านั้นLogin
|