Thaigolfer.com - Thailand's Ultimate Golf Portal

หน้าหลัก ไดเร็กทอรี คำศัพท์ กฎ กติกา บริการของเรา ติดต่อเรา เกี่ยวกับเรา

E-mail This Page to Friends Print This Page English Version


 ค้นหาสนามกอล์ฟ:
 
 

ชื่อสมาชิก:
รหัสผ่าน:
   
สมาชิกใหม่ ?
ลืมรหัสผ่าน หรือชื่อสมาชิก


ชุมนุมคนรักกอล์ฟ

  ห้องข่าวและประชาสัมพันธ์
  รีวิวสนามกอล์ฟ
  รีวิวสนามซ้อมกอล์ฟ
  รีวิวอุปกรณ์กอล์ฟ
  คลับเฮ้าส์
  ซื้อ ขาย แลกเปลี่ยน
  กอล์ฟโพล

ส่วนของสมาชิก

  Thaigolfer's Blog
  Thaigolfer Card
  My Thaigolfer
  My Mobile Golf
  ออนไลน์แฮนดิแคป
  ออนไลน์กอล์ฟลีก
  ออนไลน์ทัวร์นาเมนท์
  เกมกอล์ฟ
  สมัครสมาชิก

  ชุมนุมคนรักกอล์ฟ  

Forums - Thaigolfer's Club House - Tips & Tricks  

ข้อความ

คลิกที่นี่ เพื่อแจ้งลบกระทู้นี้

Information เมื่อยาย หลาน สราญจิต เจอ นายหิด ผู้บ้า(บิ่น)
จาก: CK 1  [61.7.147.63]  Email My Profileวันที่: 10 Jul 2008, 15:55:21
จาก: นู๋สร [202.91.19.205] วันที่: 28 Jun 2008, 23:10:25
อ่านเจอมาอีกที อ่านไปก็อมยิ้มไป..อาจไม่ได้เกี่ยวกับการเล่นกอล์ฟประการใด ๆ ...แต่ก็นะขำวันละนิด จิตแจ่มใส..


หลาน : ยาย .. .ยาย
ยาย : หา ?
หลาน : ยายว่างไหมเนี่ย ?
ยาย : ว่าง
หลาน : คุยด้วยคนนะยาย
ยาย : เอาสิหลานเอ้ย .. .นั่งก่อนๆ
หลาน : ยายก็ลุกขึ้นสิ
ยาย : ทำไมยายต้องลุกขึ้นด้วยล่ะ
หลาน : ผมจะได้นั่งก่อน


**********************************************************
หลาน : ยาย .. .ยาย
ยาย : หา ?
หลาน : ยายปีนี้ดูแก่มากเลยนะยาย .. .อายุเท่าไหร่แล้วล่ะ ?
ยาย : เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ยายอายุ 50 ไม่รู้ว่าตอนนี้มันยังจะ 50 อยู่ห รือเปล่า ไม่ได้นับมานานแล้ว
หลาน : โห...ยาย ป่านนี้มันไม่เหลือ 9 ขวบแล้วหรอ...แล้วลูกเต้าไม่มีหรอยายถึงมานั่งคนเดียวเนี่ย
ยาย : มี...
หลาน : อ้าว...แล้วทำไมเค้าไม่มาด้วยล่ะ
ยาย : มีลูกชายสองคน คนหนึ่งอยู่ระยอง คนหนึ่งอยู่เชียงใหม่โน่น ไอ้คนหนึ่งมันจะให้ยายไปอยู่เชียงใหม่...อีกคนหนึ่งจะให้ยายไปอยู่ระยอง...ตัดสิน ใจไม่ถูกไม่รู้จะไปอยู่กับใคร ?
หลาน : โอ้โฮ...ยายนี่โชคดีจังเลย ลูกแย่งกันเลี้ยง
ยาย : โชคดีกะผีอะไรล่ะ...ก็ไอ้คนที่อยู่ระยอง...มันจะให้ไปอยู่เชียงใหม่ ไอ้คนที่อยู่เชียงใหม่...มันจะให้ไปอยู่ระยอง
หลาน : เออ...ยาย...อย่าไปคิดมากเลย อายุปูนนี้ร่างกายยังแข็งแรงอยู่ก็ถือว่าโชคดีแล้ว
ยาย : โอ๊ย...แข็งแรงที่ไหนกัน ตอนนี้กำลังแย่เลย
หลาน : แย่ที่ไหนยาย...ก็เห็นแข็งแรงดี
ยาย : เดี๋ยวนี้ยายมีอาก ารแปลกๆ เช่น นั่งๆ อยู่เนี่ย...ถ้าลุกขึ้นปุ๊บ...มันจะยืนทุกทีเลย
หลาน : เป็นอะไรไม่รู้ลุกแล้วยืนน่ะมันธรรมดานะยาย...ยายเคยเห็นคนล้มทั้งยืนไหมยาย ?
ยาย : ไม่เคย
หลาน : อยากเห็นไหม ?
ยาย : อย่าเลย...ยายแก่แล้ว เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยอยากรู้อยากเห็นอะไร
หลาน : อ้าว...เป็นอะไรไปเหรอยาย ?
ยาย : สงสัยจะแก่ตัวมาก นั่งนานๆ แล้วมันจะมีปัญหา
หลาน : มันเป็นยังไงหรอยาย ?
ยาย : อีขาซ้ายนี่มัน...ชา
หลาน : แล้วขาขวาล่ะยาย ?
ยาย : กาแฟ
หลาน : ผมว่ายายต้องรีบไปหาหมอแล้วล่ะ
ยาย : ทำไมล่ะ ?
หลาน : ถ้าปล่อยไว้นานๆ มันจะเป็นโอวัลตินนะยาย
ยาย : อืม...แล้วพอยืนนานๆ นะ...ขาซ้ายมันจะปวด
หลาน : โอ๊ย...เป็นเรื่องธรรมดายาย อายุมากแล้วนี่มันก็ปวดสิ
ยาย : ไม่จริงหรอก...ขาข้างขวานี่ก็อายุเท่ากัน...ไม่เห็นมันปวดล่ะ ?



**********************************************************
ยาย : หลานเอ้ย ...
หลาน : จ้ะยาย ...
ยาย : คนเราจะประสบความสำเร็จต้องอดทน
หลาน : จ้ะยาย
ยาย : หลานเอ้ย ... คนเราจะประสบความสำเร็จต้องอดทน
หลาน : จ้ะยาย
ยาย : หลานเอ้ย .. .คนเราจะประสบความสำเร็จต้องอดทน ....
หลาน : โอ๊ย รู้แล้ว ... พูดซ้ำซากอยู่นั่นแหละรำคาญ
ยาย : ไอ้หลาน .. .เอ็งนี่ช่างไม่มีความอดทนเอาซะเลย


**********************************************************
ยาย : นี่เอ็งเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรมไหม
หลาน : เชื่อสิยาย
ยาย : เขาบอกว่า ... ถ้าเราฆ่าไก่ ... เราจะเกิดเป็นไก่ ถ้าเราฆ่าวัว ... เราจะเกิดเป็นวัว ถ้าเราฆ่านก ... เราจะเกิดเป็นนก < FONT color=red>
ยาย : ยาย .. .เห็นทีผมจะต้องฆ่าคนซะแล้วยาย

**********************************************************
หลาน : เออ .. .ยาย .. .ฉันจะเปิดร้านใหม่ล่ะยาย .. .ยายช่วยไปอุดหนุนฉันหน่อยนะยาย .. .ฉันอยาก ให้ยายไปอุดหนุนเป็นคนแรกเลย ...
ยาย : โอ๊ย...ไม่มีปัญหา .. .เรามันคนกันเอง เออ .. .ว่าแต่ .. .แกจะเปิดร้านอะไรล่ะ ???
หลาน : ร้านขายโรงศพจ้ะยาย
ยาย : อ้ายเวร...ปากไม่เป็นมงคล .. .เอ็งจำไว้เลย ข้าจะไม่เหยียบเข้าร้านเอ็งจนวันตาย .. .
หลาน : ถ้าถึงวันตายแล้วอย่าลืมมาอุดหนุนนะยาย


ข้อความที่ 1:
จาก: oldgolfer [125.25.14.79] วันที่: 29 Jun 2008, 09:57:45
ฮิฮิ...
ไม่ยักรู้มาก่อนว่านู๋สรมีหลานผู้ชาย


ข้อความที่ 2:
จาก: mikey [202.57.147.17] วันที่: 30 Jun 2008, 12:13:40
แหะๆ ขำดีเหมือนกัน มีอีกไหมครับ


ข้อความที่ 3:
จาก: Tanny [58.9.234.15] วันที่: 30 Jun 2008, 14:38:43
มาเรื่องสามีกะภรรยาบ้าง....

************************
"นังเมียโง่"

ตอนจีบกันทีแรกก็จำได้ว่ามันฉลาดมาก นี่นา
เรียนก็สูง หน้าที่การงานก็ดี ทำไมอยู่กันไป อยู่กันมา
กลับเป็นว่าโง่ลงได้ถึงขนาดนี้
นังเมียเรานี่ยังโชคดีที่มีผัวฉลาดๆ แบบเราอยู่ข้างๆ นะเนี่ยไม่ใช่คุย
ตอนเด็กๆสมัยประถมผมจะได้รับคำชมจากคุณครูประจำชั้นอยู่เสมอๆ
จะได้รับรางวัลเป็นประจำในวิชา คัดไทย เขียนไทย
ผมยังมีความภาคภูมิใจมาจนถึงทุกวันนี้

แม้เวลามันจะล่วงเลยมานานแล้วก็ตาม
ผมก็ยังคงเป็นคนเก่งอยู่ อันนี้ผมรู้จากนังเมียผม
เพราะผมสังเกตุเห็นนังเมียมันจะ ตบมือดังๆ แล้วก็เอ่ยปากชม ไม่ขาดปาก
ว่าเก่งยังโน้นเก่งยังนี้ เวลาผมซักผ้า ถูบ้าน หุงข้าว ล้างชาม
ได้อย่างยอดเยี่ยมและเสร็จทันในเวลาที่นังเมียผมมันกำหนดไว้
แถมบางครั้งยังมีเวลาเหลือพอที่จะไปล้างส้วมได้เสร็จทันเวลาอีกด้วย
ทีแรกผมก็คิดได้เองอยู่แล้วว่าผมเก่งและฉลาดมาก
ความจริงนังเมียมันไม่บอก ผมก็รู้ อยู่แล้ว
ผิดกับนังเมียผมที่นับวันจะโง่ลง
ขนาดแอร์ ทีวี ที่สมัยนี้เปิดปิดง่ายๆ มันยังทำไม่เป็น
รีโมท ตั้งอยู่ข้างหน้านังเมียมันยังใช้ไม่เป็น มือซ้ายถือมันฝรั่ง
มือขวาแก้วน้ำหวาน ปากก็บอกว่า นี่เปิดทีวีให้ดูหน่อยซิ
แอร์ด้วยนะ ซัก 23 องศา" แนะรีโมทก็อยู่ข้างหน้าใช้ไม่เป็น
มันโง่จริงๆผมเคยสอนให้ใช้หลายครั้ง ก็ยังทำไม่เป็น
จนผมรู้ว่ามันสมองแต่ละคนไม่เท่ากัน
จะให้มาเป็นเลิศแบบผมทุกคนคงเป็นไปไม่ได้ เอ่อ
แต่นังเมียผมมันก็ยังพอมีความฉลาดอยู่บ้างนะ
หยั่งเช่นว่าวันเงินเดือนผมออก นังเมียมันรู้หมดแนะแถมยังจำแม่น
บางเดือนเลื่อนออกเงินเดือนไปวันไหนวันไหน
มันรู้หมดแนะ ผมยังแปลกใจโง่ๆ แบบนี้รู้ได้ไง
แต่ยังไงนังเมียก็ไม่ฉลาดกว่าผมหรอก มานั่งคอยจำ คอยเตือนเงินเดือน
ทุกเดือนเสียเวลา
ผมเลยเอาเลขที่บัญชีของเมีย ให้บริษัทโอนเงินเข้าไปเลย
นังเมียยังชมผมไม่ขาดปากมาถึงทุกวันนี้ ฉลาดมาก ฉลาดมาก
โธ่เอ็งไม่ต้องบอกข้าก็รู้ "นังเมียหัวขี้เลื่อย"
*****************************


ข้อความที่ 4:
จาก: Tanny [58.9.234.15] วันที่: 30 Jun 2008, 14:40:43
*********************************
ภาคสอง แก้แค้น

วันก่อนผมก็มีวีรกรรมได้แกล้ง นังเมียโง่ของผม ซะจายจิงๆ
เรื่องมันมีอยู่ว่า
อาทิตย์ที่แล้วพาเมียโง่ ไปซื้อกับข้าวมื้อค่ำ
ได้ปลาดุกย่าง สะเดาน้ำปลาหวาน(ของโปรดผมคือหนังปลาดุก)
เผลอแป๊บเดียว(ผมอาบน้ำอยู่)
นังเมียโง่ของผมแอบลอกหนังปลาดุกกินเสียเกลี้ยง ดูสิดูมันทำ
ด้วยความฉลาดของผม เก็บความแค้นอยู่ในใจ
วันต่อมาถึงวันล้างแค้นนังเมียโง่ของผม ไปจ่ายตลาด มันกำลังท้อง
อยากกินมันเทศต้ม ซื้อมา2กิโล
ถึงบ้านพอมันเผลอ
ผมลงมือแก้แค้นทันทีโดยไม่ให้นังเมียโง่ของผมตั้งตัว
ผมจัดการลอกเปลือกมันต้มกินจนเกลี้ยง
เหลือแต่เนื้อให้มัน เพื่อนๆครับ มันมาเจอถึงกลับตลึง ทำท่าน้ำตาคลอ
คงเจ็บใจผมจนพูดไม่ออกเลย 555ให้มันรู้ซะบ้าง "นังเมียโง่"

**************************************


ข้อความที่ 5:
จาก: Tanny [58.9.234.15] วันที่: 30 Jun 2008, 14:49:54
**************************************

Maketing

อาจารย์กำลังอธิบายหลักการตลาดให้นักศึกษาฟัง

1.คุณพบคนสวยสุดเซ็กซี่ในงานปาร์ตี้
คุณเข้าไปหาเธอแล้วพูดว่า
" ผมรวย แต่งงานกับผมเถอะ "
นี่คือ Direct Maketing

2.คุณอยู่ที่งานปาร์ตี้กับพรรคพวกของคุณและพบสาวสวยสุดเซ็กซี่คนหนึ่ง
เพื่อนของคุณคนหนึ่งเดินเข้าไปหาเธอ
ชี้มาที่คุณ แล้วพูดมา
" เขารวยมาก แต่งงานกับเขาเถอะ "
นี่คือการ โฆษณา

3.คุณพบสาวสวยสุดเซ็กซี่ในงานปาร์ตี้
คุณเข้าไปหาเธอ และขอเบอร์โทร
วันรุ่งขึ้นคุณจึงโทรไปหาและพูดว่า " สวัสดีครับ ผมรวยมาก แต่งงานกับผมเถอะ "
นี่คือ Telemaketing

4.คุณอยู่ที่งานปาร์ตี้และพบสาวสวยสุดเซ็กซี่คนหนึ่ง
คุณยืนจัดเนคไทให้เรียบร้อย เดินเข้าไปหาเธอ
เลี้ยงเครื่องดื่มเธอ คุณเปิดประตู(รถ)ให้เธอ ถือกระเป๋าให้เธอจนเธอนั่งเรียบร้อย
ช่วยขับรถให้เธอ แล้วพูดว่า " ผมรวย คุณจะแต่งงานกับผมมั้ย "
นี่คือ พีอาร์

5.คุณอยู่ที่งานปาร์ตี้และพบสาวสวยสุดเซ็กซี่คนหนึ่ง
เธอเดินเข้ามาหาคุณ
และพูดว่า " คุณรวยมาก แต่งงานกับฉันมั้ย "
นี่คือ Brand Recognition

6.คุณพบสาวสวยสุดเซ็กซี่ในงานปาร์ตี้
คุณเข้าไปหาเธอแล้วพูดว่า
" ผมรวย แต่งงานกับผมเถอะ!" เธอตบหน้าคุณอย่างแรง
นี่คือ Customer Feedback

7.คุณพบสาวสวยสุดเซ็กซี่ในงานปาร์ตี้
คุณเข้าไปหาเธอและพูดว่า
" ผมรวยมาก แต่งงานกับผมเถอะ!"
แล้วเธอก็แนะนำคุณให้รู้จักกับสามีของเธอ
นี่คือช่องว่างระหว่าง demand และ supply

8.คุณพบสาวสวยสุดเซ็กซี่ในงานปาร์ตี้
คุณเข้าไปหาเธอและก่อนที่จะได้พูดอะไร
ก็มีชายอีกคนหนึ่งเดินเข้ามาและพูดกับเธอว่า
" ผมรวยมากคุณจะแต่งงานกับผมมั้ย "
แล้วเธอก็ไปกับผู้ชายคนนั้น
นี่คือ การแข่งขันแย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาด

9.คุณพบสาวสวยสุดเซ็กซี่ในงานปาร์ตี้
คุณเข้าไปหาเธอและก่อนที่จะได้พูดว่า
" ผมรวย แต่งงานกับผมเถอะ! " ภรรยาของคุณก็มาถึง
นี่คือ ข้อจำกัดในการเข้าสู่ตลาดใหม่

**************************************************


ข้อความที่ 6:
จาก: oldgolfer [125.25.17.78] วันที่: 30 Jun 2008, 14:58:28
tanny โพสตลกได้เก่งกว่าโพสรูปหลายเท่า
นี่คือ......ความจริง


ข้อความที่ 7:
จาก: Tanny [58.9.234.15] วันที่: 30 Jun 2008, 14:59:32
***************************************
เงินเดือน...เดือนสุดท้าย


CEO คนใหม่ของบริษัทเพิ่งมารับงานฟื้นฟูกิจการที่ตกต่ำของบริษัทเป็นวันแรก

เขาเรียกประชุมพนักงานทันที แล้วประกาศนโยบายแรก

ซึ่งก็คือการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงาน ใครทำงานไม่เต็มที่

จะต้องถูกพิจารณาอย่างเด็ดขาด

หลังการประชุม เขาออกเดินตรวจตราบริษัทพร้อมกับผู้จัดการแผนกอีก6-7คน

ความสนใจของเขาเพ่งเล็งอยู่ที่ไอ้หนุ่มคนหนึ่งซึ่งยืนพิงผนังดูคนอื่นทำงาน

อย่างสบายใจ เขาเดินตรงไปที่ไอ้หนุ่มทันที แล้วถามว่า

" เงินเดือนคุณ เดือนละเท่าไหร่? "

ชายหนุ่มตอบว่า " 7 พัน ครับ "

ไอ้หนุ่มตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน ไม่เปลี่ยนแม้แต่ท่ายืนด้วยซ้ำ

ทันใดนั้นเขาก็ควักเงิน7พันบาทยื่นให้ไอ้หนุ่มทันทีแล้วตะโกนลั่น

" นี่เงินเดือน เดือนสุดท้ายของคุณ แล้วเชิญคุณออกไปเลย ไม่ต้องมาให้ผมเห็นหน้าอีก "

ไอ้หนุ่มคว้าเงินแล้วโกยแน่บทันที

ในขณะที่เขาหันหลังกลับมาหาพนักงานบริษัทที่ตะลึงถ้วนหน้า เขาก็ตะโกนถามว่า

" ใครตอบผมได้บ้างว่า ไอ้หนุ่มนั่นทำตำแหน่งอะไร เมื่อกี้นี้? "

ความเงียบปกคลุมทั่วสำนักงานเป็นเวลาหลายวินาทีก่อนที่จะมีผู้กล้าพูดออกมาว่า...



" เขามาส่งพิซซ่าครับ!!! "
*************************************************


ข้อความที่ 8:
จาก: Tanny [58.9.234.15] วันที่: 30 Jun 2008, 15:03:07
*************************************************
คนไทยฉลาดกว่าฝรั่ง

มีคนไทยอยู่ 1 คน เพิ่งเรียนจบมาใหม่ๆ

ได้เข้าไปทำงานในบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นบริษัทต่างชาติ

ในทุกวันเขาก็ทำงานเหมือนเดิมทุกวัน แต่....

อยู่มาวันหนึ่ง เขาได้เข้าห้องน้ำในบริษัท แล้วไปเจอ..

ฝรั่ง 2 คนอยู่ในห้องน้ำ ซึ่งฝรั่งทั้ง 2 คนเป็นเพื่อนกัน ซึ่งกำลังล้างมือ หลังจากฉี่เสร็จ

และ พอฝรั่ง 2 คนนั้น เห็นคนไทย ทั้ง 2 คนจึงคุยข่มคนไทยว่า...

ฝรั่งคนที่ 1 : นายเรียนจบที่ไหนวะ

ฝรั่งคนที่ 2 : เราเรียนจบที่ OXFORD จากประเทศอังกฤษ

(ทันใดนั้นฝรั่งคนที่ 2 ก็วักน้ำล้างมือมาถึงข้อศอก)

ฝรั่งคนที่ 1 เห็นก็งง จึงถามขึ้นว่า ' ทำไมต้องล้างมือถึงข้อศอกด้วย '

ฝรั่งคนที่ 2 ตอบว่า 'ที่อังกฤษเค้าสอนให้ล้างอย่างนี้ เพราะตอนฉี่ ฉี่อาจกระเด็นมาถึงแขนก็ได้ ต้องระวังไว้ก่อน'

(ทันใดนั้น ฝรั่งคนที่ 1 ก็วักน้ำล้างมือ เฉพาะที่มือ แล้วหาไม้มาแคะขี้เล็บออก)

ฝรั่งคนที่ 2 เห็นจึงถามว่า 'นายจบจากที่ไหน'

ฝรั่งคนที่ 1 ตอบว่า 'เราจบจากอเมริกาที่ STAMFORD

ที่นั่นเค้าสอนให้ล้างมือเฉพาะที่สกปรก แล้วก็แคะขี้เล็บออก เพื่อป้องกันเชื้อโรค'

ฝรั่ง 2 คน เห็นคนไทยฉี่อยู่ พอคนไทยฉี่เสร็จ ก็เดินออกจากห้องน้ำเลย

ฝรั่งทั้ง 2 คนเห็น ก็ตกใจว่าทำไมไม่ล้างมือ เลยวิ่งไปถามคนไทยว่า

'นายจบจากที่ไหน ทำไมไม่ล้างมือ'



คนไทยตอบว่า 'จบราม รามไม่สอนให้ฉี่รดมือตัวเอง'
*************************************************


ข้อความที่ 9:
จาก: oh13 [124.120.26.34] วันที่: 01 Jul 2008, 16:32:21
ผมชอบมุข Marketing มากครับ ขอบคุณมากเลย..อิอิ ตลกดี

ข้อความที่ 1:
จาก: CK 1  [61.7.147.63]  Email My Profileวันที่: 10 Jul 2008, 15:58:42
นายหิดภาค 1

ณ.โรงพยาบาลบ้าแห่งหนึ่งมีคนบ้าเป็นจำนวนมาก ทำให้มีเนื้อที่ไม่เพียงพอแก่การอยู่อาศัยของผู้ป่วย
ทางโรงพยาบาลจึงได้จัดให้มีการทดสอบผู้ป่วยที่เป็นบ้าาาาาา โดยทำการสูบน้ำออกจากสระว่ายน้ำจนแห้งเหือด
แล้วจึงปล่อย ผู้ป่วยให้ลงไปเล่นน้ำใน สระว่ายน้ำโดยมีอุบายอยู่ว่าถ้าผู้ป่วยคนใดไม่ลงไปเล่นน้ำในสระว่ายน้ำ
ก็แสดงว่าผู้ป่วยคนนั้นหายจาก อาการบ้า (เพราะสระว่าย น้ำถูกสูบน้ำออกจนแห้ง)
จากนั้นทางโรงพยาบาลก็จะส่งตัวผู้ที่หายจากอาการบ้ากลับบ้านหลังจากที่ปล่อยคนบ้าให้ไปเล่นน้ำ
คนบ้าทุกคนต่างก็ลงเป็นเล่นน้ำในสระอย่างสนุก แต่ทว่ามีผู้ป่วยรายหนึ่งนั่งอยู่ริมสระ
และไม่ลงไปเล่นน้ำกะเพื่อนๆ ผู้ป่วยคนนั้นชื่อนายหิด
หมอ : อ้าว! นายหิดทำไม่ไม่ลงไปเล่นน้ำกะเพื่อนหล่ะ
นายหิด : หมอจะบ้ารึป่าว
หมอ : ถ้าอย่างนั้น แสดงว่าเธอก็หายแล้ว เดี๋ยวหมอจะส่งตัวเธอกลับบ้าน
นายหิด : ก็ได้ครับ แต่ก่อนจะส่งผมกลับบ้าน หมอช่วยสอนผมว่ายน้ำก่อนซิครับ ผมจะได้ลงไปเล่นน้ำกะเพื่อนได้
หมอ : !?!?...




--------------------------------------------------------------------------------


นายหิดภาค 2

ณ โรงพยาบาลบ้าเดิมที่นายหิดอยู่ วันหนึ่งเมื่อกลางดึกได้มีเสียงเอะอะโวยวายเกิดขึ้น..........
มีผู้ป่วยรายหนึ่งกระโดดลงไปที่ท่อน้ำทิ้ง เพื่อที่จะฆ่าตัวตาย แต่นายหิดคนเดิมได้กระโดดตามลงไป
และช่วยชีวิตผู้ป่วยรายนั้นขึ้นมาจนได้ คืนนั้นนายหิดจึงได้รับมอบหมายให้ เฝ้าดูแลผู้ป่วยคนนั้น
และตอนเช้า หมอได้เรียกตัวนายหิดไปคุยเนื่องจากเห็นว่านายหิดน่าจะหายจากอาการบ้าแล้ว

หมอ : เมื่อวานเธอช่วยชีวิตคนเอาไว้หมอว่าเธอน่าจะหายดีแล้ว เดี๋ยวหมอจะโทรศัพท์เรียกญาติเธอมารับกลับบ้าน
นายหิด : ดีครับ ผมชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยู่แล้ว

แต่ก็ได้มีเสียงโหวกเหวกโวยวายเกิดขึ้นอีก นางพยาบาลผู้หนึ่งวิ่งเข้ามาในห้อง ที่หมอและนายหิดกำลังสนทนาอยู่

นางพยาบาล : แย่แล้วค่ะ! คนไข้ที่คิดจะกระโดดท่อน้ำฆ่าตัวตายเมื่อวาน ผูกคอตายอยู่ในห้องค่ะ
หมอ : อะไรน่ะ!........ นายหิดนี่เธอดูแลเค้ายังไงเนี่ย ปล่อยให้เค้าฆ่าตัวตายได้ยังไง
นายหิด : อ้าว! ก้อผมเห็นเค้าตัวเปียก ก็เลยเอาขึ้นไปตากไว้จะได้แห้ง
หมอ : !?!??...

ข้อความที่ 2:
จาก: CK 1  [61.7.147.63]  Email My Profileวันที่: 10 Jul 2008, 15:58:43
นายหิดภาค 1

ณ.โรงพยาบาลบ้าแห่งหนึ่งมีคนบ้าเป็นจำนวนมาก ทำให้มีเนื้อที่ไม่เพียงพอแก่การอยู่อาศัยของผู้ป่วย
ทางโรงพยาบาลจึงได้จัดให้มีการทดสอบผู้ป่วยที่เป็นบ้าาาาาา โดยทำการสูบน้ำออกจากสระว่ายน้ำจนแห้งเหือด
แล้วจึงปล่อย ผู้ป่วยให้ลงไปเล่นน้ำใน สระว่ายน้ำโดยมีอุบายอยู่ว่าถ้าผู้ป่วยคนใดไม่ลงไปเล่นน้ำในสระว่ายน้ำ
ก็แสดงว่าผู้ป่วยคนนั้นหายจาก อาการบ้า (เพราะสระว่าย น้ำถูกสูบน้ำออกจนแห้ง)
จากนั้นทางโรงพยาบาลก็จะส่งตัวผู้ที่หายจากอาการบ้ากลับบ้านหลังจากที่ปล่อยคนบ้าให้ไปเล่นน้ำ
คนบ้าทุกคนต่างก็ลงเป็นเล่นน้ำในสระอย่างสนุก แต่ทว่ามีผู้ป่วยรายหนึ่งนั่งอยู่ริมสระ
และไม่ลงไปเล่นน้ำกะเพื่อนๆ ผู้ป่วยคนนั้นชื่อนายหิด
หมอ : อ้าว! นายหิดทำไม่ไม่ลงไปเล่นน้ำกะเพื่อนหล่ะ
นายหิด : หมอจะบ้ารึป่าว
หมอ : ถ้าอย่างนั้น แสดงว่าเธอก็หายแล้ว เดี๋ยวหมอจะส่งตัวเธอกลับบ้าน
นายหิด : ก็ได้ครับ แต่ก่อนจะส่งผมกลับบ้าน หมอช่วยสอนผมว่ายน้ำก่อนซิครับ ผมจะได้ลงไปเล่นน้ำกะเพื่อนได้
หมอ : !?!?...




--------------------------------------------------------------------------------


นายหิดภาค 2

ณ โรงพยาบาลบ้าเดิมที่นายหิดอยู่ วันหนึ่งเมื่อกลางดึกได้มีเสียงเอะอะโวยวายเกิดขึ้น..........
มีผู้ป่วยรายหนึ่งกระโดดลงไปที่ท่อน้ำทิ้ง เพื่อที่จะฆ่าตัวตาย แต่นายหิดคนเดิมได้กระโดดตามลงไป
และช่วยชีวิตผู้ป่วยรายนั้นขึ้นมาจนได้ คืนนั้นนายหิดจึงได้รับมอบหมายให้ เฝ้าดูแลผู้ป่วยคนนั้น
และตอนเช้า หมอได้เรียกตัวนายหิดไปคุยเนื่องจากเห็นว่านายหิดน่าจะหายจากอาการบ้าแล้ว

หมอ : เมื่อวานเธอช่วยชีวิตคนเอาไว้หมอว่าเธอน่าจะหายดีแล้ว เดี๋ยวหมอจะโทรศัพท์เรียกญาติเธอมารับกลับบ้าน
นายหิด : ดีครับ ผมชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยู่แล้ว

แต่ก็ได้มีเสียงโหวกเหวกโวยวายเกิดขึ้นอีก นางพยาบาลผู้หนึ่งวิ่งเข้ามาในห้อง ที่หมอและนายหิดกำลังสนทนาอยู่

นางพยาบาล : แย่แล้วค่ะ! คนไข้ที่คิดจะกระโดดท่อน้ำฆ่าตัวตายเมื่อวาน ผูกคอตายอยู่ในห้องค่ะ
หมอ : อะไรน่ะ!........ นายหิดนี่เธอดูแลเค้ายังไงเนี่ย ปล่อยให้เค้าฆ่าตัวตายได้ยังไง
นายหิด : อ้าว! ก้อผมเห็นเค้าตัวเปียก ก็เลยเอาขึ้นไปตากไว้จะได้แห้ง
หมอ : !?!??...

ข้อความที่ 3:
จาก: CK 1  [61.7.147.63]  Email My Profileวันที่: 10 Jul 2008, 15:58:43
นายหิดภาค 1

ณ.โรงพยาบาลบ้าแห่งหนึ่งมีคนบ้าเป็นจำนวนมาก ทำให้มีเนื้อที่ไม่เพียงพอแก่การอยู่อาศัยของผู้ป่วย
ทางโรงพยาบาลจึงได้จัดให้มีการทดสอบผู้ป่วยที่เป็นบ้าาาาาา โดยทำการสูบน้ำออกจากสระว่ายน้ำจนแห้งเหือด
แล้วจึงปล่อย ผู้ป่วยให้ลงไปเล่นน้ำใน สระว่ายน้ำโดยมีอุบายอยู่ว่าถ้าผู้ป่วยคนใดไม่ลงไปเล่นน้ำในสระว่ายน้ำ
ก็แสดงว่าผู้ป่วยคนนั้นหายจาก อาการบ้า (เพราะสระว่าย น้ำถูกสูบน้ำออกจนแห้ง)
จากนั้นทางโรงพยาบาลก็จะส่งตัวผู้ที่หายจากอาการบ้ากลับบ้านหลังจากที่ปล่อยคนบ้าให้ไปเล่นน้ำ
คนบ้าทุกคนต่างก็ลงเป็นเล่นน้ำในสระอย่างสนุก แต่ทว่ามีผู้ป่วยรายหนึ่งนั่งอยู่ริมสระ
และไม่ลงไปเล่นน้ำกะเพื่อนๆ ผู้ป่วยคนนั้นชื่อนายหิด
หมอ : อ้าว! นายหิดทำไม่ไม่ลงไปเล่นน้ำกะเพื่อนหล่ะ
นายหิด : หมอจะบ้ารึป่าว
หมอ : ถ้าอย่างนั้น แสดงว่าเธอก็หายแล้ว เดี๋ยวหมอจะส่งตัวเธอกลับบ้าน
นายหิด : ก็ได้ครับ แต่ก่อนจะส่งผมกลับบ้าน หมอช่วยสอนผมว่ายน้ำก่อนซิครับ ผมจะได้ลงไปเล่นน้ำกะเพื่อนได้
หมอ : !?!?...




--------------------------------------------------------------------------------


นายหิดภาค 2

ณ โรงพยาบาลบ้าเดิมที่นายหิดอยู่ วันหนึ่งเมื่อกลางดึกได้มีเสียงเอะอะโวยวายเกิดขึ้น..........
มีผู้ป่วยรายหนึ่งกระโดดลงไปที่ท่อน้ำทิ้ง เพื่อที่จะฆ่าตัวตาย แต่นายหิดคนเดิมได้กระโดดตามลงไป
และช่วยชีวิตผู้ป่วยรายนั้นขึ้นมาจนได้ คืนนั้นนายหิดจึงได้รับมอบหมายให้ เฝ้าดูแลผู้ป่วยคนนั้น
และตอนเช้า หมอได้เรียกตัวนายหิดไปคุยเนื่องจากเห็นว่านายหิดน่าจะหายจากอาการบ้าแล้ว

หมอ : เมื่อวานเธอช่วยชีวิตคนเอาไว้หมอว่าเธอน่าจะหายดีแล้ว เดี๋ยวหมอจะโทรศัพท์เรียกญาติเธอมารับกลับบ้าน
นายหิด : ดีครับ ผมชอบช่วยเหลือผู้อื่นอยู่แล้ว

แต่ก็ได้มีเสียงโหวกเหวกโวยวายเกิดขึ้นอีก นางพยาบาลผู้หนึ่งวิ่งเข้ามาในห้อง ที่หมอและนายหิดกำลังสนทนาอยู่

นางพยาบาล : แย่แล้วค่ะ! คนไข้ที่คิดจะกระโดดท่อน้ำฆ่าตัวตายเมื่อวาน ผูกคอตายอยู่ในห้องค่ะ
หมอ : อะไรน่ะ!........ นายหิดนี่เธอดูแลเค้ายังไงเนี่ย ปล่อยให้เค้าฆ่าตัวตายได้ยังไง
นายหิด : อ้าว! ก้อผมเห็นเค้าตัวเปียก ก็เลยเอาขึ้นไปตากไว้จะได้แห้ง
หมอ : !?!??...

ข้อความที่ 4:
จาก: CK 1  [61.7.147.63]  Email My Profileวันที่: 10 Jul 2008, 16:14:13
ขั้นรายการ....




ผมเคยไปกินข้าวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ผมสังเกตเห็นว่าบริกรที่มารับออร์เดอร์มีช้อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อ พอผมมองไปทั่วๆ จึงเห็นว่าบริกรในร้านมีช้อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อกันทุกคน ด้วยความสงสัยผมจึงถามเขาดู

"ขอถามหน่อยเถอะ ช้อนนี่มีไว้ทำไมเนี่ย เห็นมีกันทุกคนเลย"

" ช้อนนี่หรือครับ" พนักงานตอบ "เจ้าของร้านเขาจ้างบริษัทที่ปรึกษา มาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานน่ะครับ เขาเก็บข้อมูลอยู่หลายเดือนแล้วก็บอกว่า ลูกค้าจะทำช้อนตกมากว่าอย่างอื่นถึง 73.84% ซึ่งตกประมาณ 3 ครั้งต่อโต๊ะต่อชั่วโมง ซึ่งถ้าพนักงานเราเตรียมการไว้ก่อน ก็จะสามารถลดจำนวนครั้งที่จะต้องเดินกลับไปที่ครัว และก็สามารถลดพนักงานที่ใช้ลงได้ 1 คนต่อกะ"

พอเขาพูดเสร็จผมก็ได้ยินเสียงช้อนหล่นอยู่หลังผม บริกรที่คุยอยู่กับผมก็หยิบช้อนในกระเป๋าเสื้อส่งให้ใหม่แล้วบอกว่า "ผมจะหยิบอันใหม่เมื่อผมกลับไปที่ครัวแทนที่จะรีบเข้าไปหยิบในครัวเดี๋ยวนี้"

ผมรู้สึกประทับใจมาก และเมื่อผมมองดูรอบๆ อีกครั้ง ผมก็สังเกตเห็นด้ายเส้นเล็กๆ ห้อยออกมาจากช่องซิปกางเกงของบริกรทุกคน ด้วยความสงสัยผมจึงถามบริกรคนเดิมอีกครั้ง

"รบกวนอีกทีเถอะ ทำไมถึงต้องมีด้ายห้อยออกมาจากตรงนั้นด้วย" โอ้โฮเฮะเขาดูตื่นเต้นมาก

"ผมไม่เคยเจอใครช่างสังเกตอย่างคุณเลยนะครับ จริงๆ แล้วไอ้นี่ก็เป็นผลงานของบริษัทที่ปรึกษาเจ้าเดิมนั่นแหละ เขาบอกว่ามันทำให้เราสามารถประหยัดเวลาที่ใช้ตอนเข้าห้องน้ำได้"

"ประหยัดได้ไง" ผมสงสัย "ก็..." เขาอธิบาย "เราผูกด้ายนี่เข้ากับปลายไอ้นั่นคุณคงเข้าใจนะครับ แล้วพอจะฉี่เราก็แค่ดึงด้ายนี่ออกมา มือก็ไม่เลอะ มันก็ประหยัดเวลาที่ต้องล้างมือไปได้ เขาว่ามันทำให้ประหยัดเวลาที่ต้องใช้ในห้องน้ำลงไปตั้ง 76.39% แน่ะ"

"อืม...ร้ายจริงๆ" ผมรู้สึกทึ่ง "ว่าแต่ว่าไอ้ด้ายนั่นช่วยตอนเอาออกมา แล้วตอนเก็บเข้าไปล่ะจะทำไง?"

"เอ่อ..." เขากระซิบ "ผมก็ไม่รู้ว่าคนอื่นเขาทำกันยังไง แต่ผมน่ะ..........

..........ใช้ช้อน"

ข้อความที่ 5:
จาก: CK 1  [61.7.147.63]  Email My Profileวันที่: 10 Jul 2008, 16:14:13
ขั้นรายการ....




ผมเคยไปกินข้าวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ผมสังเกตเห็นว่าบริกรที่มารับออร์เดอร์มีช้อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อ พอผมมองไปทั่วๆ จึงเห็นว่าบริกรในร้านมีช้อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อกันทุกคน ด้วยความสงสัยผมจึงถามเขาดู

"ขอถามหน่อยเถอะ ช้อนนี่มีไว้ทำไมเนี่ย เห็นมีกันทุกคนเลย"

" ช้อนนี่หรือครับ" พนักงานตอบ "เจ้าของร้านเขาจ้างบริษัทที่ปรึกษา มาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานน่ะครับ เขาเก็บข้อมูลอยู่หลายเดือนแล้วก็บอกว่า ลูกค้าจะทำช้อนตกมากว่าอย่างอื่นถึง 73.84% ซึ่งตกประมาณ 3 ครั้งต่อโต๊ะต่อชั่วโมง ซึ่งถ้าพนักงานเราเตรียมการไว้ก่อน ก็จะสามารถลดจำนวนครั้งที่จะต้องเดินกลับไปที่ครัว และก็สามารถลดพนักงานที่ใช้ลงได้ 1 คนต่อกะ"

พอเขาพูดเสร็จผมก็ได้ยินเสียงช้อนหล่นอยู่หลังผม บริกรที่คุยอยู่กับผมก็หยิบช้อนในกระเป๋าเสื้อส่งให้ใหม่แล้วบอกว่า "ผมจะหยิบอันใหม่เมื่อผมกลับไปที่ครัวแทนที่จะรีบเข้าไปหยิบในครัวเดี๋ยวนี้"

ผมรู้สึกประทับใจมาก และเมื่อผมมองดูรอบๆ อีกครั้ง ผมก็สังเกตเห็นด้ายเส้นเล็กๆ ห้อยออกมาจากช่องซิปกางเกงของบริกรทุกคน ด้วยความสงสัยผมจึงถามบริกรคนเดิมอีกครั้ง

"รบกวนอีกทีเถอะ ทำไมถึงต้องมีด้ายห้อยออกมาจากตรงนั้นด้วย" โอ้โฮเฮะเขาดูตื่นเต้นมาก

"ผมไม่เคยเจอใครช่างสังเกตอย่างคุณเลยนะครับ จริงๆ แล้วไอ้นี่ก็เป็นผลงานของบริษัทที่ปรึกษาเจ้าเดิมนั่นแหละ เขาบอกว่ามันทำให้เราสามารถประหยัดเวลาที่ใช้ตอนเข้าห้องน้ำได้"

"ประหยัดได้ไง" ผมสงสัย "ก็..." เขาอธิบาย "เราผูกด้ายนี่เข้ากับปลายไอ้นั่นคุณคงเข้าใจนะครับ แล้วพอจะฉี่เราก็แค่ดึงด้ายนี่ออกมา มือก็ไม่เลอะ มันก็ประหยัดเวลาที่ต้องล้างมือไปได้ เขาว่ามันทำให้ประหยัดเวลาที่ต้องใช้ในห้องน้ำลงไปตั้ง 76.39% แน่ะ"

"อืม...ร้ายจริงๆ" ผมรู้สึกทึ่ง "ว่าแต่ว่าไอ้ด้ายนั่นช่วยตอนเอาออกมา แล้วตอนเก็บเข้าไปล่ะจะทำไง?"

"เอ่อ..." เขากระซิบ "ผมก็ไม่รู้ว่าคนอื่นเขาทำกันยังไง แต่ผมน่ะ..........

..........ใช้ช้อน"

ข้อความที่ 6:
จาก: CK 1  [61.7.147.63]  Email My Profileวันที่: 10 Jul 2008, 16:14:13
ขั้นรายการ....




ผมเคยไปกินข้าวที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง ผมสังเกตเห็นว่าบริกรที่มารับออร์เดอร์มีช้อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อ พอผมมองไปทั่วๆ จึงเห็นว่าบริกรในร้านมีช้อนอยู่ในกระเป๋าเสื้อกันทุกคน ด้วยความสงสัยผมจึงถามเขาดู

"ขอถามหน่อยเถอะ ช้อนนี่มีไว้ทำไมเนี่ย เห็นมีกันทุกคนเลย"

" ช้อนนี่หรือครับ" พนักงานตอบ "เจ้าของร้านเขาจ้างบริษัทที่ปรึกษา มาเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานน่ะครับ เขาเก็บข้อมูลอยู่หลายเดือนแล้วก็บอกว่า ลูกค้าจะทำช้อนตกมากว่าอย่างอื่นถึง 73.84% ซึ่งตกประมาณ 3 ครั้งต่อโต๊ะต่อชั่วโมง ซึ่งถ้าพนักงานเราเตรียมการไว้ก่อน ก็จะสามารถลดจำนวนครั้งที่จะต้องเดินกลับไปที่ครัว และก็สามารถลดพนักงานที่ใช้ลงได้ 1 คนต่อกะ"

พอเขาพูดเสร็จผมก็ได้ยินเสียงช้อนหล่นอยู่หลังผม บริกรที่คุยอยู่กับผมก็หยิบช้อนในกระเป๋าเสื้อส่งให้ใหม่แล้วบอกว่า "ผมจะหยิบอันใหม่เมื่อผมกลับไปที่ครัวแทนที่จะรีบเข้าไปหยิบในครัวเดี๋ยวนี้"

ผมรู้สึกประทับใจมาก และเมื่อผมมองดูรอบๆ อีกครั้ง ผมก็สังเกตเห็นด้ายเส้นเล็กๆ ห้อยออกมาจากช่องซิปกางเกงของบริกรทุกคน ด้วยความสงสัยผมจึงถามบริกรคนเดิมอีกครั้ง

"รบกวนอีกทีเถอะ ทำไมถึงต้องมีด้ายห้อยออกมาจากตรงนั้นด้วย" โอ้โฮเฮะเขาดูตื่นเต้นมาก

"ผมไม่เคยเจอใครช่างสังเกตอย่างคุณเลยนะครับ จริงๆ แล้วไอ้นี่ก็เป็นผลงานของบริษัทที่ปรึกษาเจ้าเดิมนั่นแหละ เขาบอกว่ามันทำให้เราสามารถประหยัดเวลาที่ใช้ตอนเข้าห้องน้ำได้"

"ประหยัดได้ไง" ผมสงสัย "ก็..." เขาอธิบาย "เราผูกด้ายนี่เข้ากับปลายไอ้นั่นคุณคงเข้าใจนะครับ แล้วพอจะฉี่เราก็แค่ดึงด้ายนี่ออกมา มือก็ไม่เลอะ มันก็ประหยัดเวลาที่ต้องล้างมือไปได้ เขาว่ามันทำให้ประหยัดเวลาที่ต้องใช้ในห้องน้ำลงไปตั้ง 76.39% แน่ะ"

"อืม...ร้ายจริงๆ" ผมรู้สึกทึ่ง "ว่าแต่ว่าไอ้ด้ายนั่นช่วยตอนเอาออกมา แล้วตอนเก็บเข้าไปล่ะจะทำไง?"

"เอ่อ..." เขากระซิบ "ผมก็ไม่รู้ว่าคนอื่นเขาทำกันยังไง แต่ผมน่ะ..........

..........ใช้ช้อน"

ข้อความที่ 7:
จาก: ตาปาน  [125.24.54.220]  Email My Profileวันที่: 10 Jul 2008, 22:31:37
ชายโฉด กับ หญิงชั่ว 55555

--------------------------------------------------------------------------------

ชายโฉดกับหญิงชั่ว

เหตุเกิดเพราะความเครียด
บ่ายวันหนึ่งมีนักธุรกิจผู้หนึ่งกำลังคล่ำเครียดกับง าน ธุรกิจพันร้าน ทันใดนั้นก็นึกถึงภรรยาที่แสนสวย ที่ทำหน้าที่แม่ที่แสนดีของลูกๆ ที่อยู่ที่คฤหาสน์หลังใหญ่ราคาหลายร้อยล้าน เค้าจึงกดโทรศัพท์ส่วนตัวเพื่อต่อไปที่คฤหาสน์หลังให ญ่ของเค้า เพื่อจะขอกำลังใจจากคนที่เค้ารักเพื่อเป็นกำลังใจต่อ สู้กับงานต่อไป
เสียงโทรศัพท์ที่คฤหาสน์ : กรี๊ง..กริ๊ง..ๆ
สาวใช้ : ฮาโหล
นักธุรกิจ : ขอสายคุณผู้หญิงหน่อย
สาวใช้ : เอ่อ เอ่อๆ
นักธุรกิจ : คุณผู้หญิงอยู่ไหม..มันมีอะไรเกิดขึ้น..บอกมาเดี๋ยวน ี้น๊ะ..ไม่นั้นฉันจะไล่แกออก
สาวใช้ : เอ่อ..เอ่อ..คือว่า..คุณผู้หญิง..คุณผู้หญิง..พาผู้ช ายมาเล้นชู้กันอยู่ในห้องนอนค๊ะ
นักธุรกิจได้ฟังดังนั้น เลยโมโหสุดขีด จากความรักกลายเป็นความแค้น
นักธุรกิจ : ถ้าอย่างนั้นเธอถือโทรศัพท์ไปอย่าพึ่งวางสายแล้วเข้า ไปที่ห้องทำงานฉัน เธอต้อง
ทำตามฉันทุกอย่าง แล้วฉันจะให้เงินเธอ 500 ล้านบาท
สาวใช้ : ค๊ะคุณผู้ชาย หนูถึงห้องทำงานคุณผู้ชายแล้วค๊ะ
นักธุรกิจ : หยิบปืนของฉันในลิ้นชักโต๊ะกลางออกมาซิ
สาวใช้ : ไม่มีค๊ะ ไม่เห็นมีเลยค๊ะคุณผู้ชาย
นักธุรกิจ : ฉันว่าฉันเก็บไว้ในลิ้นชักกลางน๊ะ ไหนลองหาที่ลิ้นชักซ้าย ขวาดูซิ
สาวใช้ : เจอะ..เจอ..แล้ว..ค๊ะ ( สาวใช้พูดแบบสั่นๆ ) แล้วทำอย่างไรต่อค๊ะ
นักธุรกิจ : เธอไปที่ห้องนอนฉัน แล้วทำการยิงชายโฉดหญิงชั่วนั้นให้ตายเลย
สาวใช้ : ฮะ..หนูทำไม่ได้ค๊ะ
นักธุรกิจ : ฉันจะให้เงินเธอเป็น 1,000 ล้านบาท และเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถเอาผิดกับเธอ
ได้ด้วย
สาวใช้ได้ฟังเช่นนั้นก็ไม่รอช้ารีบเดินไปที่ห้องนอนข องนักธุรกิจโดยทันที และแล้วเสียงปืนก็ดังตามมาติดๆกัน 8 นัด
สาวใช้ : คุณผู้ชายค๊ะ หนูฆ่ามันตายทั้งคู่แล้วค๊ะ ให้หนูทำอย่างไรต่อค๊ะ
นักธุรกิจได้ฟังเช่นนั้นแล้ว ก็รู้สึกสะใจเป็นอย่างมากที่ชายโฉดหญิงชั่วตายไปได้ เค้าจึงออกอุบายเพื่อจะอำพรางคดีตกตาตำรวจเพื่อช่วยส าวใช้
นักธุรกิจ : เธอลากศพของทั้งคู่ลงมาข้างล่างก่อน แล้วทำลายข้าวของให้เหมือนกับมีการต่อสู้
เกิดขึ้น จากนั้นก็เอาศพชายโฉดคนนั้นไปฝังดินให้เป็นปุ๋ยหลังค ฤหาสน์ซ๊ะ
สาวใช้ : หนูทำตามเรียบร้อยแล้วค๊ะ หนูฝังศพของชายโฉดเรียบร้อยแล้วค๊ะ แล้วศพคุณผู้
หญิงทำอย่างไรต่อค๊ะ
นักธุรกิจ : อย่างนั้นเธอจัดการเอาศพคุณผู้หญิงไปทิ้งที่ไว้ที่สร ะน้ำหน้าคฤหาสน์ ทำให้เหมือน
ว่ามีโจรขึ้นคฤหาสน์แล้วฆ่าเจ้าทรัพย์ทิ้ง เข้าใจไหม
สาวใช้ : ไม่เข้าใจค๊ะ
นักธุรกิจ : จึงอธิบายอีกครั้งแล้วถามสาวใช้ว่าเข้าใจไหม
สาวใช้ : ไม่เข้าใจค๊ะ...เอ่อ..เอ่อ..คฤหาสน์เราไม่มีสระน้ำที ่หน้าคฤหาสน์นี่ค๊ะ
นักธุรกิจ : ถามแบบ..งง..เอ่อ..เอ่อ..ขอโทษทีคับที่นั่นที่ไหนคับ
สาวใช้ : ที่นี่คฤหาสน์นอง คุณนาย สมซวย กับ คุณท่าน มีตวย ค๊ะ
นักธุรกิจ :ได้ยินเช่นนั้นเลยตอบด้วยน้ำเสียงเรียบๆและสุภาพมาก ว่า(ขอโทษทีคับ ผมโทรผิด )
แล้วก็วางสาย...ตุ๊ด____________
สาวใช้ : ไอ้..@>~#^*$!*%c
กรรมของสาวใช้แท้
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่าอย่าเครียดน๊ะคับอย่าเครียด

ข้อความที่ 8:
จาก: CK๑  [61.7.147.63]  Email My Profileวันที่: 12 Jul 2008, 15:52:37
ทดสอบว่าเคาะครั้งเดียวทำไมขึ้น 3 ข้อความ

ข้อความที่ 9:
จาก: CK 1  [61.7.147.63]  Email My Profileวันที่: 12 Jul 2008, 15:54:55
นายหิดภาค 3

ณ โรงพยาบาลบ้าเดิมที่นายหิดอยู่ วันนี้หมอก็ได้ทำการทดสอบผู้ป่วยอีกแล้วครับท่าน
พอดีทางโรงพยาบาลได้ขุดบ่อน้ำเล็กๆ เพื่อ ตกแต่งสถานที่บริเวณโรงพยาบาลให้สวยงามขึ้น
หมอทดสอบโดยการให้ผู้ป่วยออกความคิดว่าจะใช้บ่อน้ำเล็กๆนี้ ทำอะไรดี หมอเริ่มถามผู้ป่วยทีละคน
ผู้ป่วยคนแรกตอบว่าเอาไว้เป็นท่าเทียบเรือครับ ผู้ป่วยคนที่สองตอบว่าเอาไว้แข่งว่ายน้ำกีฬาโอลิมปิค
ผู้ป่วยคนที่สามตอบเอาไว้เล่นบานาน่าโบ๊ทครับ ถามไปหลายคนมากแต่ก็ไม่มีใครตอบได้อย่างมีเหตุผลเลย
จนถึงคนสุดท้าย หลาย คนคงทราบ เค้าคือนายหิดนี่เอง คำตอบของเค้าทำให้หมอประหลาดใจอย่างมาก.....

หมอ : บ่อน้ำเล็กนี่ เธอคิดว่าน่าจะใช้ทำอะไรได้
นายหิด : เลี้ยงปลาครับหมอ
หมอ : เธอเป็นคนเดียวเลยนะ ที่ตอบได้มีเหตุผล เธอหายแล้วหล่ะ พรุ่งนี้จะโทรให้ญาติเธอมารับ
หมอ : เอ่อ.... ว่าแต่ว่า เธอจะเลี้ยงปลาอะไรหล่ะ
นายหิด : ปลาวาฬ.....
หมอ : ?!!?!






นายหิดภาค 4

อยู่มาวันนึงทางโรงพยาบาลบ้า ได้ให้คนไข้ที่อาการดีขึ้นมากๆ แบบเริ่มจะหายบ้า
สามารถลากลับไปเยี่ยมญาติได้หนึ่งวัน ทำให้ คนบ้าที่มีอาการดีขึ้นทั้งหลายรวมทั้งนายหิด
ต่างก็ดีใจที่จะได้กลับบ้าน แต่ว่า ถ้าเราจะตามไปดูพฤติกรรมฮาๆ ของคนไข้ทุกราย ก็คงไม่ไหว
ฮาฮาฮาาาา.... ดังนั้นขอตามไปดูนายหิด คนเดียว

ขณะที่นายหิดกำลังจะถึงบ้าน เขากำลังข้ามถนน แต่นายหิดไม่ทันได้มองดูรถเลย
เพราะความรีบร้อนที่อยากจะกลับบ้านไวไว ได้มีรถเบนซ์ E-กลม ขับมาด้วยความเร็วสูง
ชนเข้าที่นายหิดอย่างจัง และรถ ก็ได้เสียหลักไปชนกะเสาไฟฟ้า รถคันนั้นมีคนนั่งมา 2 คน
คนหนึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ อีกคนเป็นนักปรัชญา แต่ทว่าทั้ง 3 คนรวมนายหิดด้วยอาการสาหัส
ยมฑูตจึงมารับตัวไป แต่เมื่อ ไปถึงยังนรก ท่านยมบาลบอกว่าเจ้า 3 คนมีสิทธิ์ที่จะรอดหรือตาย
เพียงแต่ว่าเจ้าต้องทายคำถามข้า แล้วคำถามนั้นถ้าข้าตอบไม่ได้ เจ้าก็จะรอด
แต่ถ้าข้าตอบได้ เจ้าก็ต้องตายอยู่ในนรกนี่แหละ 55555.....

นักวิทยาศาสตร์เป็นคนถามคนแรกก็ถามเกี่ยวกะ สมการ สารเคมีที่สลับซับซ้อน
แต่ท่านยมก็ตอบได้ ไอ้นี่ตาย.......
คนที่สองนักปรัชญา ได้ถามเกี่ยวกะปรัชญาของขงจื๊อที่เข้าใจย๊ากยาก
แต่ท่านยมก็ตอบได้ ไอ้นี่ตาย...... 555555
ในที่สุดก็มาถึงคนสุดท้าย นายหิด ไอ้บ้าแห่งศรีธัญญา

ยมบาล : คนที่มากะเจ้าตายหมดแล้ว และข้าดูประวัติเจ้าแล้ว ข้าว่าเจ้าไม่รอดแน่ๆๆ ตายเลยดีกว่ามั้ง ฮาฮาาาาา....
นายหิด : เดี๋ยวก่อน! ไหนๆ ข้าก็ต้องตายอยู่แล้ว ขอถามหน่อยละกัน แต่ก่อนอื่นข้าขอเก้าอี้ที่มีรูเก้ารูมาให้ข้านั่งได้มั้ย
ยมบาล : ได้

หลังจากที่นายหิดนั่งเก้าอี้ที่มีรูถึงเก้ารู นายหิด ก็ตดออกมาอย่างจังงงงง...... ปู้ด ป้าด ปี๊ด
...... ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว นรก ทำให้ยมฑูตหลายท่าน อ๊วกแตก อ๊วกแตน กันเป็นแถว

ยมบาล : เจ้าคนบ้า เจ้าทำแสบมาก รีบทายมาเลย อย่างเจ้านี้ต้องเอาให้หนัก
นายหิด : ท่านยม ท่านรู้มั้ย ข้านั่งอยู่บนเก้าอี้เก้ารูเนียะ แล้วตดของข้าออกมาจากรูไหน
ยมบาล : รูที่ 1
นายหิด : ผิด
ยมบาล : ฮาฮาาา ข้ารู้แล้วรูที่ 5 แน่เลย
นายหิด : ผิด
ยมบาล : ถ้างั้นข้ายอมแล้ว ไหนบอกมาสิ ตดของเจ้าออกมาจากรูไหน
นายหิด : รูตูด...........
ยมบาล : ?!!?!

ผลสุดท้ายยมบาลก็เลยต้องส่งวิญญาณของนายหิดกลับไปมีชีวิต

เพื่อสร้างความฮาต่อ 555555.....





นายหิดภาค 5

ความเดิมตอนที่แล้วที่นายหิดอยู่ในนรก และรอดชีวิตมาได้
ทำให้ท่านยมทึ่งในความบ้าที่สามารถเอาตัวรอดได้ เลยเชิญนายหิดไปทานอาหารด้วยกันที่ภัตตาคารนรก
ซึ่งเป็นภัตตาคารที่หรูที่สุดในนรก ขนาดท่านยมเองยังมีโอกาสน้อยครั้งที่จะได้มาทานอาหารที่นี่ เพราะราคาแพงมากๆ
ท่านยมได้สั่ง 'กุ้งมังกรเผาไฟนรก' ซึ่งเป็นอาหารที่ดีที่สุดของภัตตาคาร
จากนั้นสักครู่บ๋อยนรกก็ได้นำ 'กุ้งมังกรเผาไฟนรก' มาเสิร์ฟ แต่ทว่ากุ้งมังกรที่นำมาเสิร์ฟ มีอยู่ 2 ตัว
ตัวหนึ่งมีขนาดใหญ่มาก แต่อีกตัวขนาดมันช่างเล็กเหลือเกิน ไซต์พอๆ กะกุ้งกุลาดำ แล้วจะทำไงดีเนียะ
ท่านยมก็เลยพูดว่า...

ท่านยม : เชิญเลย เชิญเลย.....

นายหิดได้ยินอย่างนั้น ก็ใส่เลยไม่รีรอ คว้ากุ้งมังกรตัวใหญ่ไปทันที ท่านยมอดไม่ได้ กับความไร้มารยาทของนายหิด ท่านยมจึงพูดขึ้นว่า

ท่านยม : เจ้านี่! ช่างไร้มารยาทซะจริงๆ ท่าทางจะต้องสอนมารยาท ก่อนกลับโลกมนุษย์
นายหิด : อ้าว! ท่านยม ทำไม่มาว่าข้าอย่างนั้นหล่ะ แล้วถ้าเป็นท่าน ท่านจะทำยังไง
ท่านยม : ข้าก็ต้องคว้ากุ้งตัวเล็กกว่าไปก่อนอยู่แล้ว
นายหิด : อ้าวถ้าอย่างนั้นแล้วท่านจะบ่นทำไม.....
ท่านยม : เอ่อหว่ะ !?!!??

ข้อความที่ 10:
จาก: CK 1  [61.7.147.63]  Email My Profileวันที่: 12 Jul 2008, 15:54:55
นายหิดภาค 3

ณ โรงพยาบาลบ้าเดิมที่นายหิดอยู่ วันนี้หมอก็ได้ทำการทดสอบผู้ป่วยอีกแล้วครับท่าน
พอดีทางโรงพยาบาลได้ขุดบ่อน้ำเล็กๆ เพื่อ ตกแต่งสถานที่บริเวณโรงพยาบาลให้สวยงามขึ้น
หมอทดสอบโดยการให้ผู้ป่วยออกความคิดว่าจะใช้บ่อน้ำเล็กๆนี้ ทำอะไรดี หมอเริ่มถามผู้ป่วยทีละคน
ผู้ป่วยคนแรกตอบว่าเอาไว้เป็นท่าเทียบเรือครับ ผู้ป่วยคนที่สองตอบว่าเอาไว้แข่งว่ายน้ำกีฬาโอลิมปิค
ผู้ป่วยคนที่สามตอบเอาไว้เล่นบานาน่าโบ๊ทครับ ถามไปหลายคนมากแต่ก็ไม่มีใครตอบได้อย่างมีเหตุผลเลย
จนถึงคนสุดท้าย หลาย คนคงทราบ เค้าคือนายหิดนี่เอง คำตอบของเค้าทำให้หมอประหลาดใจอย่างมาก.....

หมอ : บ่อน้ำเล็กนี่ เธอคิดว่าน่าจะใช้ทำอะไรได้
นายหิด : เลี้ยงปลาครับหมอ
หมอ : เธอเป็นคนเดียวเลยนะ ที่ตอบได้มีเหตุผล เธอหายแล้วหล่ะ พรุ่งนี้จะโทรให้ญาติเธอมารับ
หมอ : เอ่อ.... ว่าแต่ว่า เธอจะเลี้ยงปลาอะไรหล่ะ
นายหิด : ปลาวาฬ.....
หมอ : ?!!?!






นายหิดภาค 4

อยู่มาวันนึงทางโรงพยาบาลบ้า ได้ให้คนไข้ที่อาการดีขึ้นมากๆ แบบเริ่มจะหายบ้า
สามารถลากลับไปเยี่ยมญาติได้หนึ่งวัน ทำให้ คนบ้าที่มีอาการดีขึ้นทั้งหลายรวมทั้งนายหิด
ต่างก็ดีใจที่จะได้กลับบ้าน แต่ว่า ถ้าเราจะตามไปดูพฤติกรรมฮาๆ ของคนไข้ทุกราย ก็คงไม่ไหว
ฮาฮาฮาาาา.... ดังนั้นขอตามไปดูนายหิด คนเดียว

ขณะที่นายหิดกำลังจะถึงบ้าน เขากำลังข้ามถนน แต่นายหิดไม่ทันได้มองดูรถเลย
เพราะความรีบร้อนที่อยากจะกลับบ้านไวไว ได้มีรถเบนซ์ E-กลม ขับมาด้วยความเร็วสูง
ชนเข้าที่นายหิดอย่างจัง และรถ ก็ได้เสียหลักไปชนกะเสาไฟฟ้า รถคันนั้นมีคนนั่งมา 2 คน
คนหนึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ อีกคนเป็นนักปรัชญา แต่ทว่าทั้ง 3 คนรวมนายหิดด้วยอาการสาหัส
ยมฑูตจึงมารับตัวไป แต่เมื่อ ไปถึงยังนรก ท่านยมบาลบอกว่าเจ้า 3 คนมีสิทธิ์ที่จะรอดหรือตาย
เพียงแต่ว่าเจ้าต้องทายคำถามข้า แล้วคำถามนั้นถ้าข้าตอบไม่ได้ เจ้าก็จะรอด
แต่ถ้าข้าตอบได้ เจ้าก็ต้องตายอยู่ในนรกนี่แหละ 55555.....

นักวิทยาศาสตร์เป็นคนถามคนแรกก็ถามเกี่ยวกะ สมการ สารเคมีที่สลับซับซ้อน
แต่ท่านยมก็ตอบได้ ไอ้นี่ตาย.......
คนที่สองนักปรัชญา ได้ถามเกี่ยวกะปรัชญาของขงจื๊อที่เข้าใจย๊ากยาก
แต่ท่านยมก็ตอบได้ ไอ้นี่ตาย...... 555555
ในที่สุดก็มาถึงคนสุดท้าย นายหิด ไอ้บ้าแห่งศรีธัญญา

ยมบาล : คนที่มากะเจ้าตายหมดแล้ว และข้าดูประวัติเจ้าแล้ว ข้าว่าเจ้าไม่รอดแน่ๆๆ ตายเลยดีกว่ามั้ง ฮาฮาาาาา....
นายหิด : เดี๋ยวก่อน! ไหนๆ ข้าก็ต้องตายอยู่แล้ว ขอถามหน่อยละกัน แต่ก่อนอื่นข้าขอเก้าอี้ที่มีรูเก้ารูมาให้ข้านั่งได้มั้ย
ยมบาล : ได้

หลังจากที่นายหิดนั่งเก้าอี้ที่มีรูถึงเก้ารู นายหิด ก็ตดออกมาอย่างจังงงงง...... ปู้ด ป้าด ปี๊ด
...... ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว นรก ทำให้ยมฑูตหลายท่าน อ๊วกแตก อ๊วกแตน กันเป็นแถว

ยมบาล : เจ้าคนบ้า เจ้าทำแสบมาก รีบทายมาเลย อย่างเจ้านี้ต้องเอาให้หนัก
นายหิด : ท่านยม ท่านรู้มั้ย ข้านั่งอยู่บนเก้าอี้เก้ารูเนียะ แล้วตดของข้าออกมาจากรูไหน
ยมบาล : รูที่ 1
นายหิด : ผิด
ยมบาล : ฮาฮาาา ข้ารู้แล้วรูที่ 5 แน่เลย
นายหิด : ผิด
ยมบาล : ถ้างั้นข้ายอมแล้ว ไหนบอกมาสิ ตดของเจ้าออกมาจากรูไหน
นายหิด : รูตูด...........
ยมบาล : ?!!?!

ผลสุดท้ายยมบาลก็เลยต้องส่งวิญญาณของนายหิดกลับไปมีชีวิต

เพื่อสร้างความฮาต่อ 555555.....





นายหิดภาค 5

ความเดิมตอนที่แล้วที่นายหิดอยู่ในนรก และรอดชีวิตมาได้
ทำให้ท่านยมทึ่งในความบ้าที่สามารถเอาตัวรอดได้ เลยเชิญนายหิดไปทานอาหารด้วยกันที่ภัตตาคารนรก
ซึ่งเป็นภัตตาคารที่หรูที่สุดในนรก ขนาดท่านยมเองยังมีโอกาสน้อยครั้งที่จะได้มาทานอาหารที่นี่ เพราะราคาแพงมากๆ
ท่านยมได้สั่ง 'กุ้งมังกรเผาไฟนรก' ซึ่งเป็นอาหารที่ดีที่สุดของภัตตาคาร
จากนั้นสักครู่บ๋อยนรกก็ได้นำ 'กุ้งมังกรเผาไฟนรก' มาเสิร์ฟ แต่ทว่ากุ้งมังกรที่นำมาเสิร์ฟ มีอยู่ 2 ตัว
ตัวหนึ่งมีขนาดใหญ่มาก แต่อีกตัวขนาดมันช่างเล็กเหลือเกิน ไซต์พอๆ กะกุ้งกุลาดำ แล้วจะทำไงดีเนียะ
ท่านยมก็เลยพูดว่า...

ท่านยม : เชิญเลย เชิญเลย.....

นายหิดได้ยินอย่างนั้น ก็ใส่เลยไม่รีรอ คว้ากุ้งมังกรตัวใหญ่ไปทันที ท่านยมอดไม่ได้ กับความไร้มารยาทของนายหิด ท่านยมจึงพูดขึ้นว่า

ท่านยม : เจ้านี่! ช่างไร้มารยาทซะจริงๆ ท่าทางจะต้องสอนมารยาท ก่อนกลับโลกมนุษย์
นายหิด : อ้าว! ท่านยม ทำไม่มาว่าข้าอย่างนั้นหล่ะ แล้วถ้าเป็นท่าน ท่านจะทำยังไง
ท่านยม : ข้าก็ต้องคว้ากุ้งตัวเล็กกว่าไปก่อนอยู่แล้ว
นายหิด : อ้าวถ้าอย่างนั้นแล้วท่านจะบ่นทำไม.....
ท่านยม : เอ่อหว่ะ !?!!??

ข้อความที่ 11:
จาก: CK 1  [61.7.147.63]  Email My Profileวันที่: 12 Jul 2008, 15:54:56
นายหิดภาค 3

ณ โรงพยาบาลบ้าเดิมที่นายหิดอยู่ วันนี้หมอก็ได้ทำการทดสอบผู้ป่วยอีกแล้วครับท่าน
พอดีทางโรงพยาบาลได้ขุดบ่อน้ำเล็กๆ เพื่อ ตกแต่งสถานที่บริเวณโรงพยาบาลให้สวยงามขึ้น
หมอทดสอบโดยการให้ผู้ป่วยออกความคิดว่าจะใช้บ่อน้ำเล็กๆนี้ ทำอะไรดี หมอเริ่มถามผู้ป่วยทีละคน
ผู้ป่วยคนแรกตอบว่าเอาไว้เป็นท่าเทียบเรือครับ ผู้ป่วยคนที่สองตอบว่าเอาไว้แข่งว่ายน้ำกีฬาโอลิมปิค
ผู้ป่วยคนที่สามตอบเอาไว้เล่นบานาน่าโบ๊ทครับ ถามไปหลายคนมากแต่ก็ไม่มีใครตอบได้อย่างมีเหตุผลเลย
จนถึงคนสุดท้าย หลาย คนคงทราบ เค้าคือนายหิดนี่เอง คำตอบของเค้าทำให้หมอประหลาดใจอย่างมาก.....

หมอ : บ่อน้ำเล็กนี่ เธอคิดว่าน่าจะใช้ทำอะไรได้
นายหิด : เลี้ยงปลาครับหมอ
หมอ : เธอเป็นคนเดียวเลยนะ ที่ตอบได้มีเหตุผล เธอหายแล้วหล่ะ พรุ่งนี้จะโทรให้ญาติเธอมารับ
หมอ : เอ่อ.... ว่าแต่ว่า เธอจะเลี้ยงปลาอะไรหล่ะ
นายหิด : ปลาวาฬ.....
หมอ : ?!!?!






นายหิดภาค 4

อยู่มาวันนึงทางโรงพยาบาลบ้า ได้ให้คนไข้ที่อาการดีขึ้นมากๆ แบบเริ่มจะหายบ้า
สามารถลากลับไปเยี่ยมญาติได้หนึ่งวัน ทำให้ คนบ้าที่มีอาการดีขึ้นทั้งหลายรวมทั้งนายหิด
ต่างก็ดีใจที่จะได้กลับบ้าน แต่ว่า ถ้าเราจะตามไปดูพฤติกรรมฮาๆ ของคนไข้ทุกราย ก็คงไม่ไหว
ฮาฮาฮาาาา.... ดังนั้นขอตามไปดูนายหิด คนเดียว

ขณะที่นายหิดกำลังจะถึงบ้าน เขากำลังข้ามถนน แต่นายหิดไม่ทันได้มองดูรถเลย
เพราะความรีบร้อนที่อยากจะกลับบ้านไวไว ได้มีรถเบนซ์ E-กลม ขับมาด้วยความเร็วสูง
ชนเข้าที่นายหิดอย่างจัง และรถ ก็ได้เสียหลักไปชนกะเสาไฟฟ้า รถคันนั้นมีคนนั่งมา 2 คน
คนหนึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ อีกคนเป็นนักปรัชญา แต่ทว่าทั้ง 3 คนรวมนายหิดด้วยอาการสาหัส
ยมฑูตจึงมารับตัวไป แต่เมื่อ ไปถึงยังนรก ท่านยมบาลบอกว่าเจ้า 3 คนมีสิทธิ์ที่จะรอดหรือตาย
เพียงแต่ว่าเจ้าต้องทายคำถามข้า แล้วคำถามนั้นถ้าข้าตอบไม่ได้ เจ้าก็จะรอด
แต่ถ้าข้าตอบได้ เจ้าก็ต้องตายอยู่ในนรกนี่แหละ 55555.....

นักวิทยาศาสตร์เป็นคนถามคนแรกก็ถามเกี่ยวกะ สมการ สารเคมีที่สลับซับซ้อน
แต่ท่านยมก็ตอบได้ ไอ้นี่ตาย.......
คนที่สองนักปรัชญา ได้ถามเกี่ยวกะปรัชญาของขงจื๊อที่เข้าใจย๊ากยาก
แต่ท่านยมก็ตอบได้ ไอ้นี่ตาย...... 555555
ในที่สุดก็มาถึงคนสุดท้าย นายหิด ไอ้บ้าแห่งศรีธัญญา

ยมบาล : คนที่มากะเจ้าตายหมดแล้ว และข้าดูประวัติเจ้าแล้ว ข้าว่าเจ้าไม่รอดแน่ๆๆ ตายเลยดีกว่ามั้ง ฮาฮาาาาา....
นายหิด : เดี๋ยวก่อน! ไหนๆ ข้าก็ต้องตายอยู่แล้ว ขอถามหน่อยละกัน แต่ก่อนอื่นข้าขอเก้าอี้ที่มีรูเก้ารูมาให้ข้านั่งได้มั้ย
ยมบาล : ได้

หลังจากที่นายหิดนั่งเก้าอี้ที่มีรูถึงเก้ารู นายหิด ก็ตดออกมาอย่างจังงงงง...... ปู้ด ป้าด ปี๊ด
...... ส่งกลิ่นเหม็นไปทั่ว นรก ทำให้ยมฑูตหลายท่าน อ๊วกแตก อ๊วกแตน กันเป็นแถว

ยมบาล : เจ้าคนบ้า เจ้าทำแสบมาก รีบทายมาเลย อย่างเจ้านี้ต้องเอาให้หนัก
นายหิด : ท่านยม ท่านรู้มั้ย ข้านั่งอยู่บนเก้าอี้เก้ารูเนียะ แล้วตดของข้าออกมาจากรูไหน
ยมบาล : รูที่ 1
นายหิด : ผิด
ยมบาล : ฮาฮาาา ข้ารู้แล้วรูที่ 5 แน่เลย
นายหิด : ผิด
ยมบาล : ถ้างั้นข้ายอมแล้ว ไหนบอกมาสิ ตดของเจ้าออกมาจากรูไหน
นายหิด : รูตูด...........
ยมบาล : ?!!?!

ผลสุดท้ายยมบาลก็เลยต้องส่งวิญญาณของนายหิดกลับไปมีชีวิต

เพื่อสร้างความฮาต่อ 555555.....





นายหิดภาค 5

ความเดิมตอนที่แล้วที่นายหิดอยู่ในนรก และรอดชีวิตมาได้
ทำให้ท่านยมทึ่งในความบ้าที่สามารถเอาตัวรอดได้ เลยเชิญนายหิดไปทานอาหารด้วยกันที่ภัตตาคารนรก
ซึ่งเป็นภัตตาคารที่หรูที่สุดในนรก ขนาดท่านยมเองยังมีโอกาสน้อยครั้งที่จะได้มาทานอาหารที่นี่ เพราะราคาแพงมากๆ
ท่านยมได้สั่ง 'กุ้งมังกรเผาไฟนรก' ซึ่งเป็นอาหารที่ดีที่สุดของภัตตาคาร
จากนั้นสักครู่บ๋อยนรกก็ได้นำ 'กุ้งมังกรเผาไฟนรก' มาเสิร์ฟ แต่ทว่ากุ้งมังกรที่นำมาเสิร์ฟ มีอยู่ 2 ตัว
ตัวหนึ่งมีขนาดใหญ่มาก แต่อีกตัวขนาดมันช่างเล็กเหลือเกิน ไซต์พอๆ กะกุ้งกุลาดำ แล้วจะทำไงดีเนียะ
ท่านยมก็เลยพูดว่า...

ท่านยม : เชิญเลย เชิญเลย.....

นายหิดได้ยินอย่างนั้น ก็ใส่เลยไม่รีรอ คว้ากุ้งมังกรตัวใหญ่ไปทันที ท่านยมอดไม่ได้ กับความไร้มารยาทของนายหิด ท่านยมจึงพูดขึ้นว่า

ท่านยม : เจ้านี่! ช่างไร้มารยาทซะจริงๆ ท่าทางจะต้องสอนมารยาท ก่อนกลับโลกมนุษย์
นายหิด : อ้าว! ท่านยม ทำไม่มาว่าข้าอย่างนั้นหล่ะ แล้วถ้าเป็นท่าน ท่านจะทำยังไง
ท่านยม : ข้าก็ต้องคว้ากุ้งตัวเล็กกว่าไปก่อนอยู่แล้ว
นายหิด : อ้าวถ้าอย่างนั้นแล้วท่านจะบ่นทำไม.....
ท่านยม : เอ่อหว่ะ !?!!??

  ส่งข้อความ

เฉพาะสมาชิกเท่านั้น

Login

 
  About Thaigolfer

Legal Notices and Terms of Use
Copyright © 2007 Thaigolfer Group Company Limited